คำนำ
ในด้านโหราศาสตร์ไทยนั้น มีหลายแขนงวิชาที่แตกแยกกันออกไปมากมาย จนผู้ที่ต้องการจะศึกษาเกิดความสับสน
ในตัวเองว่า แล้วิชาไหนละที่จะแม่นที่สุด มันก็เลยสร้างปัญหาในตัวของผู้ที่กำลังคิดจะศึกษาเอง ส่วนบางท่านก็ศึกษา
ตามที่เขาแนะนำมา
ทางผู้เขียนขอให้แนวความคิดที่ค่อนข้างจะแตกต่างกับท่านผู้อื่นหน่อย คือแม้จะแหวกแนวจากหลายๆผู้เขียนอื่นไป
มากแต่ก็ขอ ให้ทุกท่านที่คิดกำลังจะศึกษารู้เถิดว่า โหราศาสตร์ไม่ใช่สิ่งที่ลี้ลับไม่ใช่สิ่งที่คนต้องมีพรสวรรค์เท่านั้นจึง
จะเรียนหรือศึกษาได้ และสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่มีวิชาของโหราศาสตร์แขนงใดๆที่เหนือกว่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าท่านเข้าถึงมัน
จริงหรือเปล่า จริงอยู่แม้จะเริ่มต้นการทำนายถึงปลายทางการทำนายอาจจะแตกต่างกันไปบ้างก็ได้ แต่ผลสรุปช่วงท้าย
ในการทำนายจะต้องคล้ายกันมากที่สุด ถ้าผลไม่เหมือนกันก็ลองพิจารณาดูสิครับว่า จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ปัญหาที่ตามมา
คืออะไร วิชาไหนละที่ทำนายได้ถูกนี่คือสิ่งที่ได้ยินกันมาบ่อยครั้ง
ส่วนแนวทางของผู้เขียนที่เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา จากประสบการณ์ในชีวิตจริงมากที่สุดเป็นระยะเวลากว่าสิบปี
และในหนังสือเล่มนี้ก็ไม่อยากให้ดวงตัวอย่างมากนัก เพราะบางท่านที่ศึกษาไปแล้วก็จำกฎเกณฑ์ในตัวอย่างที่ถูกจำกัด
ด้วยตัวหนังสือมากไป ลองคิดดูซิครับ ถ้าดวงตัวอย่างออกคำทำนายผิด ท่านที่กำลังศึกษาไปท่องจำแนวทางนั้นฝังใจไว้
เท่ากับว่าท่านจำสิ่งที่ผิดไปตลอด
ส่วนตัวผู้เขียนได้ศึกษาวิชาเลข ๗ ตัว ๔ ฐานจากสมาคมโหราศาสตร์แห่งประเทศไทยฯ เมื่อปีพ.ศ.๒๕๔๐ และเป็น
วิชาเดียวที่เรียนมา แล้วก็เรียนเพียงครั้งเดียว ไม่ได้ไปศึกษาวิชาอื่นเลย แต่ก็ได้เพียรพยายามศึกษาค้นคว้ามาเรื่อยๆ
ลองผิดบ้างลองถูกกับคนที่สนิททั้งพี่น้องที่เรารู้การดำเนินชีวิตของเขาบ้าง จะตีความหมายของคำนิยามหรือดวงดาวให้
แตกได้อย่างไรเท่านั้นแหละครับ สิ่งที่ต้องใช้ให้มากที่สุดคือการสร้างจินตนาการปรุงแต่งเข้าไปด้วย
ผู้เขียนเชื่อว่าทุกท่านต้องทำได้ให้เหมือนกับชื่อหนังสือเล่มนี้ “สัตตะพิชัยยุทธ ๗ ตัว ๑๐ ฐาน”ทำสงครามกับ
เจ็ดตัวในครั้งนี้ให้สำเร็จและชนะให้ได้
“นาฬิกาให้แล้วขอคืนได้ แต่เวลาให้แล้วขอคืนไม่ได้”
จากใจผู้เขียน
กฤษณะ วัชรีวงศ์ ณ อยุธยา
๑. สัตตะพิชัยยุทธ แถวที่๕ แถวที่ ๖
คำนิยามในสัตตะพิชัยยุทธ
|
อาตมา
|
ทาสา
|
สิทธิโชค
|
โภคสมบัติ
|
มหาโจร
|
มหาอุบาทว์
|
มหาอุปถัมภ์
|
|
ภริยัง
|
นาวัง
|
เคหัง
|
ธนัง
|
ญาติ
|
สหัชชะ
|
อาตมา
|
ความหมายในแถวที่ ๕ อาตมา หมายถึง ตัวของเจ้าชะตารวมทั้งความคิดและการกระทำ
ทาสา หมายถึง ความเหน็ดเหนื่อย ความลำบาก
สิทธิโชค หมายถึง โชคลาภ ความสำเร็จ ที่จะได้มาง่ายๆ
โภคสมบัติ หมายถึง ทรัพย์สิน ทรัพย์สมบัติ เงินทอง
มหาโจร หมายถึง ลักษณะนิสัยของโจรไม่ใช่เป็นการทำเยี่ยงโจร คล่อง
มหาอุบาทว์ หมายถึง สิ่งที่ชั่วร้าย ปัญหาสารพัด สิ่งที่จะต้องหมดไป
มหาอุปถัมภ์ หมายถึง การได้รับการดูแลช่วยเหลือ มีผู้ให้การช่วยเหลือ
ความหมายในแถวที่ ๖ ภริยัง หมายถึง ความหมายเดียวกับปัตนิ คู่ครอง หุ้นส่วน คู่สัญญา
นาวัง หมายถึง การเดินทาง การเปลี่ยนแปลง การเคลื่อนย้าย
เคหัง หมายถึง บ้านที่อยู่อาศัย จิตใจ ความหมายคล้ายพันธุ
ธนัง หมายถึง ทรัพย์สิน รายได้ การเงิน เครื่องประดับ
ญาติ หมายถึง พี่น้อง ชาย – หญิง เพื่อนที่คบกันสนิทมาก สังคม
สหัชชะ หมายถึง สังคม การติดต่อ สิ่งคุณงามความดี สิ่งศักดิ์สิทธิ์
อาตมา หมายถึง ตัวของเจ้าชะตารวมทั้งความคิดและการกระทำ
เมื่อรู้คำนิยามในฐานที่ ๕ และ ฐานที่ ๖ กันแล้ว ต่อไปก็หาที่มาของดาว ที่จะเข้าไปแทนที่
คำนิยามเหมือนที่คุยกันตั้งแต่ต้นว่า คำนิยามมันคือบทภาพยนตร์ต้องหานักแสดงเข้าไปแสดงด้วย หลัก
การหาคือต้องมีการคำนวณเลขทางคณิตศาสตร์ด้วย เพื่อให้พวกคุณได้ฟื้นความจำใหม่ ใครที่บวกลบ
คูณหารไม่คล่องก็จะได้เริ่มเรียน ทั้งโหราศาสตร์และคณิตศาสตร์ไปพร้อมๆกันเลยดีไหมครับ คุณเตรียม
ตั้งดวงขึ้นคำนวณไปพร้อมๆกับดวงตัวอย่างไปด้วย จะได้รู้ว่าดวงตัวอย่างกับดวงของคุณนั้น ตัวเลขที่ได้
จากการคำนวณออกมานั้น ผลที่ได้ของตัวเลขที่ได้มันจะไม่เหมือนกัน แต่คุณจะได้ทดสอบการคำนวณ
ของคุณด้วยว่าถูกต้องไหม เมื่อคิดว่าถูกต้องก็ลองตั้งดวงอื่นทำไปบ่อยๆเดี๋ยวคล่องไปเองครับเราใช้
ตัวเลขตามแนวตั้งหรือแนวดิ่งมาบวกกันก่อน ค่อยคูณแล้วหาร พร้อมกันหรือยังถ้าพร้อมก็ไปกันเลยครับ
สมมติชะตาเกิด วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๐๔ เวลาเกิด ๐๙.๒๘ น.
๓ ฯ ๘-๘ ค่ำ ปีฉลู เวลา ๐๙.๒๘น.
๕
|
๓
|
๔
|
๕
|
๖
|
๗
|
๑
|
๒
|
|
๑
|
๒
|
๓
|
๔
|
๕
|
๖
|
๗
|
|
๒
|
๓
|
๔
|
๕
|
๖
|
๗
|
๑
|
|
๖
|
๙
|
๑๒
|
๑๕
|
๑๘
|
๑๔
|
๑๐
|
หลักการหาเลขดาวฐานที่ ๕ ให้เอาตัวเลขวัน(อัตตะ) ๓+ ตัวเลขเดือน(ตนุ) ๑ + ตัวเลขปี(มรณะ) ๒ ตามแนวตั้งหรือแนวดิ่งของแต่ละหลักมาบวกกันได้ผลลัพธ์เท่าไร(มันก็คือผลลัพธ์ในฐานที่ ๔ หรือฐานรวม)
ในดวงนี้บวกกันได้ ๖ และให้เอา ๔ ไป ´ (คูณ) ก็จะได้ผลลัพธ์ เป็น ๒๔ แล้วเอา ๗ไป ¸ (หาร) ได้ผลลัพธ์
ของเศษเท่าไรให้เอาเศษที่ได้ ไปใส่ในคำนิยามอาตมาฐานที่ ๕ ในที่นี้ได้เศษ ๓ ก็เอา ๓ ไปใส่ที่อาตมาฐานที่ ๕ เลย ต่อไปทำเหมือนกับหลักแรก ๔(หินะ) + ๒(กฎุมพะ) + ๓(สุภะ) ได้ ๙ ´ ๔ = ๓๖ ¸ ๗ เศษ ๑ ก็เอา๑ ไปใส่ที่ ทาสาในฐานที่ ๕ ต่อหลักที่สาม ๕(ธนัง) + ๓(สหัชชะ) + ๔(กรรมะ) = ๑๒ ´ ๔ = ๔๘ ¸ ๗
ได้เศษ ๖ เอา ๖ ไปใส่ที่สิทธิโชคในฐานที่ ๕ ต่อที่หลักที่สี่ ๖ + ๔ + ๕ = ๑๕ ´ ๔ = ๖๐ ¸ ๗ ได้เศษ ๔ เอา ๔ ไปใส่ที่โภคสมบัติ ต่อหลักที่ห้า ๗ + ๕ + ๖ = ๑๘ ´ ๔ = ๗๒ ¸ ๗ ได้เศษ ๒ เอา ๒ ไปใส่ที่
มหาโจร ต่อหลักที่หก ๑ + ๖ + ๗ = ๑๔ ´ ๔ = ๕๖ ¸ ๗ ได้เศษ ๐ ก็คือหารได้ลงตัวก็ให้ใช้เป็นเศษ ๗
ใส่ ๗ ที่มหาอุบาทว์ ต่อในหลักที่เจ็ด ๒ + ๗ + ๑ = ๑๐ ´ ๔ = ๔๐ ¸ ๗ ได้เศษ ๕ ใส่ ๕ ที่มหาอุปถัมภ์
|
๓
|
๔
|
๕
|
๖
|
๗
|
๑
|
๒
|
ฐานวัน
|
|
๑
|
๒
|
๓
|
๔
|
๕
|
๖
|
๗
|
ฐานเดือน
|
|
๒
|
๓
|
๔
|
๕
|
๖
|
๗
|
๑
|
ฐานปี
|
|
๖
|
๙
|
๑๒
|
๑๕
|
๑๘
|
๑๔
|
๑๐
|
ฐานรวม
|
|
๓
|
๑
|
๖
|
๔
|
๒
|
๗
|
๕
|
ฐานที่ ๕
|
หลักการหาเลขดาวฐานที่ ๖ ให้ใช้แค่ตัวเลขฐานเดือน+ตัวเลขฐานปีตามแนวตั้งหรือแนวดิ่ง ต่างจากการหา
ในฐานที่๕ เพราะเราไม่ใช้ฐานวันในฐานที่ ๖ นี้
เริ่มหลักแรกกันก่อน เลข ๑(ตนุ) + ๒(มรณะ) = ๓ ´ ๕ = ๑๕ ¸ ๗ = เศษ ๑ เอาเศษ ๑ไปใส่ที่ภริยัง
ในฐานที่ ๖ ต่อหลักที่สอง ๒(กฎุมพะ) + ๓(สุภะ) = ๕ ´ ๕ = ๒๕ ¸ ๗ = เศษ ๔ เอาเศษ ๔ ไปใส่ที่
นาวังในฐานที่ ๖ ต่อหลักที่สาม ๓(สหัชชะ) + ๔(กรรมะ) = ๗ ´ ๕ = ๓๕ ¸ ๗ = เศษ ๗(หารลงตัว)
เอาเศษ ๗ไปใส่ที่เคหังในฐานที่ ๖ ต่อหลักที่สี่ ๔(พันธุ) + ๕(ลาภะ) = ๙ ´ ๕ = ๔๕ ¸ ๗ = เศษ ๓ เอา
เศษ ๓ ไปใส่ที่ธนังในฐานที่ ๖ หลักที่ห้า ๕ + ๖ = ๑๑ ´ ๕ = ๕๕ ¸ ๗ = เศษ ๖ เอาเศษ ๖ ไปใส่ที่ ญาติ
ต่อหลักที่หก ๖ + ๗ = ๑๓ ´ ๕ = ๖๕ ¸ ๗ = เศษ ๒ เอา ๒ ไปใส่ที่สหัชชะ ต่อหลักที่เจ็ด ๗ + ๑ = ๘ ´ ๕ = ๔๐ ¸ ๗ = เศษ ๕ เอา ๕ ไปใส่ที่อาตมา
|
๓
|
๔
|
๕
|
๖
|
๗
|
๑
|
๒
|
ฐานวัน
|
|
๑
|
๒
|
๓
|
๔
|
๕
|
๖
|
๗
|
ฐานเดือน
|
|
๒
|
๓
|
๔
|
๕
|
๖
|
๗
|
๑
|
ฐานปี
|
|
๖
|
๙
|
๑๒
|
๑๕
|
๑๘
|
๑๔
|
๑๐
|
ฐานรวม
|
|
๓
|
๑
|
๖
|
๔
|
๒
|
๗
|
๕
|
ฐานที่ ๕
|
|
๑
|
๔
|
๗
|
๓
|
๖
|
๒
|
๕
|
ฐานที่ ๖
|
หลักการทำนายในสัตตะพิชัยยุทธ ในฐานที่ ๕ และ ฐานที่ ๖ เราอ่านพื้นดวงกับ ๗ ตัว ๔ ฐาน หรือหลังจากนี้ผมจะเรียก ๗ ตัว ๔ ฐาน เป็น “ดวงนอก”เพราะในอนาคตเราจะต้องมี “ดวงใน” ต่ออีก ๗ ตัว ๔ ฐาน รวมเป็น ๗ ตัว ๑๐ ฐาน เป็นที่มาของ “สัตตะพิชัยยุทธ”ครับ เราอ่านจากดวงนอกที่เราต้องการอยากจะรู้
มาผสมในฐานที่ ๕ และฐานที่ ๖ เช่น อยากรู้แค่คำเดียวของ อัตตะ ๓ ฐาน ๕ อยู่ที่ อาตมา + ธนัง รวมอ่านว่า
ความคิดของเจ้าตาเชื่อว่าตัวเองต้องหาเงินด้วยตัวเองได้ มาดูซิว่าทำไมผมอ่านแบบนี้ ความคิด+ตัวเอง(ทั้งคิด-
ทำ)+การเงิน น่าจะนึกออกนะครับ อยากรู้อะไรอีก เช่นอยากดูกฎุมพะ ๒ + มหาโจร + สหัชชะ อ่านได้ใจความว่า การเงินที่หมุนเวียนค่อนข้างเร็ว(นิสัยโจร) และสะพัดมีทั้งเข้าและออกไวมาก เพราะสหัชชะคือ
การเดินทาง หรือการเงินค่อนข้างเข้ามาไวและออกไว คล้ายเหมือนคล่องมือ หรือเราจะใช้อ่านอัตตะที่
ดวงนอกโยงให้หมดก่อนก็ได้และมาผมในฐาน ๕ ฐาน๖ อีกมันก็จะกระจ่างมากยิ่งขึ้น ลองอ่านดวงของคุณ
ประกอบด้วยคุณก็จะเข้าใจได้ดี เพราะดวงคุณเองต้องรู้ดีมากกว่าคนอื่น แต่การอ่านดวงตัวเอง ปัญหามันอยู่ที่
อย่าเข้าข้างตัวเองก็แล้วกัน เช่นอ่านที่อัตตะ(๓) + สหัชชะ + สุภะ + อาตมา + ธนัง อ่านว่า ความคิดของ
เจ้าชะตา(อัตตะ) มีการสร้างจินตนาการ(สหัชชะ) ว่าจะสร้างความสำเร็จแบบไม่ผิดศีลธรรม(สุภะ) โดยเชื่อว่า
ถ้าทำตามแบบนี้(อาตมา) ไม่น่าจะขัดสนเรื่องเงินทอง(ธนัง) หลักการง่ายๆในสัตตะพิชัยยุทธ ใช้พื้นดวง
กระทบได้ทุกตัวในฐาน ๕ ฐาน ๖ จะมีความหมายแตกไปเรื่อยๆ ทดลองดวงคุณด้วยนะครับ คำตอบที่ดีที่สุด
หลักการสำคัญในสัตตะพิชัยยุทธ มีด้วยกันใน ๒ หัวข้อหลักใหญ่ๆ
หลักข้อที่ ๑ ให้ใช้เฉพาะพื้นชะตาของดวงนอกเท่านั้น (แบบที่ว่าไปแล้วข้างบนนั้น) มาผสมกับฐานที่ ๕ และ
ฐานที่ ๖ จะเป็นคำนิยามทั้งสามคำที่ดาวเดียวกันอยู่ก็ได้ หรือต้องการรู้คำนิยามจากดวงนอกคำเดียวก็ได้ ที่จะนำมาขยายความต่อในฐานที่ ๕ และ ฐานที่ ๖ สรุปในหัวข้อที่ ๑ มีใจความว่าให้ใช้พื้นชะตาอย่างเดียวมาผสมรวมกับในฐานที่ ๕ และ ฐานที่ ๖ เท่านั้น
หลักข้อที่ ๒ ให้ใช้วัยจรอย่างเดียวเท่านั้น(ที่นับจากแนวตั้งหรือแนวดิ่ง) โยงวัยจรให้ครบทุกคำนิยาม ที่เป็นดาวเลขเดียวกันภายในดวงนอก แล้วนำมาผสมในฐานที่ ๕ และ ๖ จะได้ความหมายที่ขยายเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ
สมมติชะตาเกิด วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๐๔ เวลาเกิด ๐๙.๒๘ น. ๓ ฯ ๘-๘ ค่ำ ปีฉลู เวลา ๐๙.๒๘น.
๕
|
๓
|
๔
|
๕
|
๖
|
๗
|
๑
|
๒
|
ฐานวัน
|
|
๑
|
๒
|
๓
|
๔
|
๕
|
๖
|
๗
|
ฐานเดือน
|
|
๒
|
๓
|
๔
|
๕
|
๖
|
๗
|
๑
|
ฐานปี
|
|
๖
|
๙
|
๑๒
|
๑๕
|
๑๘
|
๑๔
|
๑๐
|
ฐานรวม
|
|
๓
|
๑
|
๖
|
๔
|
๒
|
๗
|
๕
|
ฐานที่ ๕
|
|
๑
|
๔
|
๗
|
๓
|
๖
|
๒
|
๕
|
ฐานที่ ๖
|
เช่น เราต้องการวัยจรเจ้าชะตาที่อายุ ๒๔ – ๒๗ ปี ซึ่งอยู่ที่ กรรมะ ๔ /๑๒ (คู่ศัตรูเอกสาร) + พันธุ + หินะ
อ่านรวมว่า ในสี่ปีนี้ เจ้าชะตามีปัญหาเรื่องหน้าที่การงาน บนฐานคู่ศัตรูเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องงานโดย
ตรงและต้องมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัยไปอยู่แบบลำบาก + ฐานที่ ๕ ธนัง + ฐานที่ ๖ นาวัง ขยายความ
ต่ออีกว่า เหตุที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปอยู่ที่ลำบาก เพราะต้องการหาเงิน และต้องมีการเดินทางน่าจะดีกว่า
อยู่ที่เดิม สรุปอ่านรวมทั้งหมดได้ใจความว่า อยากมีงานทำแต่ต้องเปลี่ยนแปลงเคลื่อนย้ายไปแบบ ไม่น่า
จะอยู่อย่างสบาย แต่เพื่อไปหาเงิน ในที่สุดก็ตัดสินใจไป (เจ้าชะตารับว่าไปไต้หวันขอวีซ่านักท่องเที่ยว
แต่ไม่มีวีซ่าทำงาน เลยค่อนข้างอยู่แบบลำบากมาก ไม่ได้เงินตามที่หวัง อยู่ได้ไม่กี่เดือนก็กลับเมืองไทย)
หมายเหตุ ส่วนอายุจรเราไม่ได้นำมาอ่านรวมกับฐานที่ ๕ – ๖ อายุจรจะใช้กับดวงนอก + ดวงใน ค่อย
ติดตามตามในดวงในอีที เน้น ฐานที่ ๕ – ๖ ใช้กับพื้นชะตา + วัยจรเท่านั้นไม่เกี่ยวกับอายุจรนะครับ
การคำนวณเพื่อหาดวงใน การใช้ดวงในประกอบกับดวงนอก ตัวแม่บทอยู่ที่ดวงนอก ใช้ได้ทั้งพื้นดวงนอก
มากระทบดวงใน สำหรับพื้นดวงชะตาใช้กระทบได้ทั้ง ฐาน ๕ – ๖ และดวงในด้วย ส่วนเรื่องอายุจรของ
ดวงนอกนั้น ใช้ไม่ได้ในฐาน ที่ ๕ – ๖ แต่จะใช้กับดวงในอย่างเดียว สรุปว่าอายุจรของดวงนอกใช้กับดวง
ในเท่านั้น เรามาคำนวณวิธีหาดวงในกันดีกว่า ต้องใช้ดวงสมมติเป็นดวงเก่าไปก่อน จะได้ไม่สับสน
สมมติชะตาเกิด วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๐๔ เวลาเกิด ๐๙.๒๘ น. ๓ ฯ ๘-๘ ค่ำ ปีฉลู เวลา ๐๙.๒๘น.
๕
|
๓
|
๔
|
๕
|
๖
|
๗
|
๑
|
๒
|
|
๑
|
๒
|
๓
|
๔
|
๕
|
๖
|
๗
|
|
๒
|
๓
|
๔
|
๕
|
๖
|
๗
|
๑
|
|
๖
|
๙
|
๑๒
|
๑๕
|
๑๘
|
๑๔
|
๑๐
|
|
๓
|
๑
|
๖
|
๔
|
๒
|
๗
|
๕
|
|
๑
|
๔
|
๗
|
๓
|
๖
|
๒
|
๕
|
คำนิยามที่ใช้ในดวงในเป็นคำนิยามในดวงนอกเหมือนกันทั้งหมด แต่ดวงดาวที่จะเปลี่ยนเท่านั้น
เพราะเราจะต้องคำนวณตัวเลขให้ออกมาใหม่แล้วไปใส่ ในแต่ละคำนิยามที่ดวงใน เท่ากับว่าจริตในคำนิยาม
นั้นๆจะเปลี่ยนไปแล้ว เช่นดวงนอกอัตตะ ๓ ความคิดเจ้าชะตาเร็วเหมือนลมหรือขยันคิด เพราะ ๓ คือธาตุลม
นิสัยขยัน นักสู้ และถ้าเราคำนวณเลขออกมาสมมุติในดวงในไม่ใช่เป็น ๓ แต่เป็น ๕ ก็แสดงว่าเริ่มต้นคิดไว
แต่อาจจะรอบคอบก่อนลงมือก็ได้ เพราะดาว ๕ มีไหวพริบปัญญาดี แค่นี้ก่อนนะ มาหาการคำนวณกันดีกว่า
หลักการคำนวณหาดวงใน เราเข้าใจกันดีอยู่แล้วว่า ที่ดวงนอกนั้นมี ๗ หลัก(ตามแนวตั้ง) เริ่มจากเอาดาวที่อยู่
ในอัตตะคือดาวอะไร บวกกับหลักที่เท่าไรที่คำนิยามประจำอยู่ เช่นอัตตะ ๓ บวกกับหลักที่อยู่คือหลักที่ ๑
ผลบวกคือ ๔ แล้วเอา ๓ไปคูณ ได้เป็น ๑๒ เอา ๗ ไปหารต่อ ได้เศษ ๕ เอา ๕ ไปใส่ที่อัตตะในดวงในได้เลย
เช่นอัตตะดวงนอกคือ ๓ + หลักที่ ๑ = ๔ ´ ๓ = ๑๒ ¸ ๗ เศษ ๕ ก็นำ ๕ไปตั้งที่ดวงใน เหมือนกับตั้งดวง
ใหม่เลย สรุปง่ายๆคือ เอาดาวที่อยู่ในคำนิยาม + หลักที่คำนิยามอยู่ ´ ด้วย ๓ เสมอ แล้ว ¸ ด้วย ๗ เศษเท่าไร
ก็ไปใส่ที่ดวงในให้ตรงกับคำนิยามที่ถอดมาจากดวงนอก มาดูกันชัดๆดีกว่า
ดวงนอก อัตตะ ๓ + ๑ = ๔ ´ ๓ = ๑๒ ¸ ๗ = เหลือเศษ ๕ เท่ากับว่าใน ดวงใน อัตตะ คือ ๕
หินะ ๔ + ๒= ๖ ´ ๓ = ๑๘ ¸ ๗ = เหลือเศษ ๔ เท่ากับว่าใน ดวงใน หินะ คือ ๔
ธนัง ๕ + ๓ = ๘ ´ ๓ = ๒๔ ¸ ๗ = เหลือเศษ ๓ เท่ากับว่าใน ดวงใน ธนัง คือ ๓
ปิตา ๖ + ๔ = ๑๐ ´ ๓ = ๓๐ ¸ ๗ = เหลือเศษ ๒ เท่ากับว่าใน ดวงใน ปิตา คือ ๒
มาตา ๗ + ๕= ๑๒ ´ ๓ = ๓๖ ¸ ๗ = เหลือเศษ ๑ เท่ากับว่าใน ดวงใน มาตา คือ ๑
โภคา ๑ + ๖ = ๗ ´ ๓ = ๒๑ ¸ ๗ = เหลือเศษ ๗ เท่ากับว่าใน ดวงใน โภคา คือ ๗
มัชฌิมา ๒ + ๗ = ๙ ´ ๓ = ๒๗ ¸ ๗ = เหลือเศษ ๖ เท่ากับว่าใน ดวงใน มัชฌิมา คือ ๖
ตนุ ๑ + ๑ = ๒ ´ ๓ = ๖ ¸ ๗ = เหลือเศษ ๖ เท่ากับว่าใน ดวงใน ตนุ คือ ๖
กฎุมพะ ๒ + ๒ = ๔ ´ ๓ = ๑๒ ¸ ๗ = เหลือเศษ ๕ เท่ากับว่าใน ดวงใน กฎุมพะ คือ ๕
สหัชชะ ๓ + ๓ = ๖ ´ ๓ = ๑๘ ¸ ๗ = เหลือเศษ ๔ เท่ากับว่าใน ดวงใน สหัชชะ คือ ๔
พันธุ ๔ + ๔ = ๘ ´ ๓ = ๒๔ ¸ ๗ = เหลือเศษ ๓ เท่ากับว่าใน ดวงใน พันธุ คือ ๓
ปุตตะ ๕ + ๕ = ๑๐ ´ ๓ = ๓๐ ¸ ๗ = เหลือเศษ ๒ เท่ากับว่าใน ดวงใน ปุตต คือ ๒
อริ ๖ + ๖= ๑๒ ´ ๓ = ๓๖ ¸ ๗ = เหลือเศษ ๑ เท่ากับว่าใน ดวงใน อริ คือ ๑
ปัตนิ ๗ + ๗ = ๑๔ ´ ๓ = ๔๒ ¸ ๗ = เหลือเศษ ๗ เท่ากับว่าใน ดวงใน ปัตนิ คือ ๗
มรณะ ๒ + ๑ = ๓ ´ ๓ = ๙ ¸ ๗ = เหลือเศษ ๒ เท่ากับว่าใน ดวงใน มรณะ คือ ๒
สุภะ ๓ + ๒ = ๕ ´ ๓ = ๑๕ ¸ ๗ = เหลือเศษ ๑ เท่ากับว่าใน ดวงใน สุภะ คือ ๑
กรรมะ ๔ + ๓ = ๗ ´ ๓ = ๒๑ ¸ ๗ = เหลือเศษ ๗ เท่ากับว่าใน ดวงใน กรรมะ คือ ๗
ลาภะ ๕ + ๔ = ๙ ´ ๓ = ๒๗ ¸ ๗ = เหลือเศษ ๖ เท่ากับว่าใน ดวงใน ลาภะ คือ ๖
พยายะ ๖ + ๕ = ๑๑ ´ ๓ = ๓๓ ¸ ๗ = เหลือเศษ ๕ เท่ากับว่าใน ดวงใน พยายะ คือ ๕
ทาสา ๗ + ๖ = ๑๓ ´ ๓ = ๓๙ ¸ ๗ = เหลือเศษ ๔ เท่ากับว่าใน ดวงใน ทาสา คือ ๔
ทาสี ๑ + ๗ = ๘ ´ ๓ = ๒๔ ¸ ๗ = เหลือเศษ ๓ เท่ากับว่าใน ดวงใน ทาสี คือ ๓
ผลที่ได้ดาวใหม่ในดวงใน
|
๕
|
๔
|
๓
|
๒
|
๑
|
๗
|
๖
|
|
๖
|
๕
|
๔
|
๓
|
๒
|
๑
|
๗
|
|
๒
|
๑
|
๗
|
๖
|
๕
|
๔
|
๓
|
|
๑๓
|
๑๐
|
๑๔
|
๑๑
|
๘
|
๑๒
|
๑๖
|
เป็นอันว่าดวงในถอดออกมาเรียบร้อยตามขั้นตอน อย่าลืมว่าคำนิยามเหมือนกับดวงนอกแต่ตัว
ที่เข้าไปแสดงเป็นดาวใหม่ มาลองดูซิว่าคำนวณเสร็จแล้วรูปแบบเป็นไงบ้าง
รูปแบบสัตตะพิชัยยุทธสำเร็จ
|
๓
|
๔
|
๕
|
๖
|
๗
|
๑
|
๒
|
|
๑
|
๒
|
๓
|
๔
|
๕
|
๖
|
๗
|
|
๒
|
๓
|
๔
|
๕
|
๖
|
๗
|
๑
|
|
๖
|
๙
|
๑๒
|
๑๕
|
๑๘
|
๑๔
|
๑๐
|
|
๓
|
๑
|
๖
|
๔
|
๒
|
๗
|
๕
|
|
๑
|
๔
|
๗
|
๓
|
๖
|
๒
|
๕
|
|
๕
|
๔
|
๓
|
๒
|
๑
|
๗
|
๖
|
|
๖
|
๕
|
๔
|
๓
|
๒
|
๑
|
๗
|
|
๒
|
๑
|
๗
|
๖
|
๕
|
๔
|
๓
|
|
๑๒
|
๑๐
|
๑๔
|
๑๑
|
๘
|
๑๒
|
๑๖
|
วิธีการผสมสัตตะพิชัยยุทธ ใช้พื้นชะตาดวงนอกกระทบได้ทั้งฐาน ๕ + ฐาน ๖ และดวงใน ดวงนอกเป็นจุด
ที่ตั้งคำถามก่อน ฐาน ๕ – ๖ และดวงในจะเป็นตัวขยายความในรายละเอียดต่างๆ แต่ถ้าจะทายจรดวงนอก
ให้ใช้วัยจรเท่านั้นที่กระทบในฐาน ๕ – ๖ ไม่ต้องมาที่ดวงใน ส่วนอายุจรใช้กับดวงในเท่านั้น ไม่ใช้มา
กระทบกับฐาน ๕ – ๖ เช่นทายพื้นดวง อัตตะ ๓ + สหัชชะ + สุภะ + อาตมา + ธนัง ดาวอังคารเป็นตัวแสดง
(ขยันอดทน มุมานะ) ความคิดเจ้าชะตาชอบสร้างจินตนาการที่อยากจะพบความสำเร็จบนฐาน ๙ (การเปลี่ยน
แปลงที่ไวมาก) โดยเชื่อว่าจะทำได้ด้วยตัวเอง(อาตมา) ในเรื่องของเงินๆทองๆ อ่านไปที่ดวงในต่อที่อัตตะ ๕
(เปลี่ยนตัวแสดงเป็น ๕ หมายถึงเชื่อมั่นตัวเองว่ามีประสบการณ์) + กฎุมพะ + พยายะ อยู่บนฐานกำลังอังคาร
ต้องอ่านต่อที่ ๓ อีกอยู่ที่ทาสี + พันธุ + ธนัง ในดวงในก็ขยายความว่า ความคิดของเจ้าชะตามุ่งมั่นในการหา
เงินแต่ยังเก็บความรู้สึกไว้ ที่อยากจะสร้างครอบครัวให้มีฐานะการเงิน ขั้นตอนขยายผลต่ออีกคือ ใช้ดาว
ที่อยู่ในคำนิยามอัตตะในดวงใน (ดาว ๕ ในฐานวัน) ไปที่ดาว ๕ ในดวงนอกให้ตรงกับคำนิยามในฐานวัน
จะไปตกที่คำนิยามอะไรก็แล้วแต่ ในที่นี้ดาว ๕ ที่ดวงนอกอยู่ที่คำนิยามธนัง + ปุตตะ + ลาภะบนฐานกำลัง
ดาวจันทร์ ๒ อยู่มรณะ + กฎุมพะ + มัชชิมา ยังไม่จบเพราะมรณะอยู่บนฐานกำลังดาวอาทิตย์ ต้องอ่านต่อที่
๑ อยู่ที่ทาสี + ตนุ + โภคา ยังไม่จบอีกเพราะ ๑ บนฐานกำลังดาวเสาร์ ต้องอ่านต่อที่ ๗ ทาสา + ปัตนิ + มาตา
รวมความว่า การเงินที่ได้มาจะสะสมไปเพื่อสร้างผลกำไรเก็บไว้ใช้ในอนาคต ในอนาคตจะได้มีการเงินที่เชิด
หน้าชูตาแบบไม่อายใครเขา และภายในครอบครัวจะได้ยอมรับว่าการกระทำของเจ้าชะตาทำได้แน่ ขั้นตอน
ยังไม่จบ ตอนนี้ใช้ดาว ๓ ที่อัตตะในดวงนอก มาหาดาว ๓ ที่ดวงใน(คล้ายกับขั้นตอนแรก) ในฐานวัน
คำนิยามใดก็แล้วแต่ ในดวงนี้คือ ๓ อยู่ธนัง + พันธุ + ทาสีบนฐาน ๑๖ (ความอุดมสมบูรณ์) แต่กำลังดาว
อังคารไปอยู่ใต้ฐาน ๕ ที่คำนิยามพยายะ ๕ + กฎุมพะ + อัตตะ รวมความว่า การเงินที่อยากจะหาให้ครอบครัว
มีความเป็นอยู่ที่อุดมสมบูรณ์ แต่ก็เก็บความรู้สึกในเรื่องของเงินที่มีการคิดเอาไว้ จบตามขั้นตอนเรียบร้อย
เห็นไหมว่าแค่อัตตะคำเดียวไปต่ออีกได้หลายกิโลเมตรเลย ให้คุณคิดซิว่า คนเราคิดแค่เรื่องเดียวในชีวิตนี้
เหรอ อันนี้แค่เพียงความคิดของเจ้าชะตาอย่างเดียวนะครับ ยังไม่เป็นรูปกระทำ ได้หรือไม่ยังไม่รู้ คิดได้แต่
ทำได้ไหมเท่านั้นเองคุณต้องหาคำตอบด้วยตัวคุณเอง ขั้นตอนที่ว่ากันไปนั้น ให้ใช้กับอายุจรเพราะการใช้
อายุจรก็อ่านแบบนี้ แต่จะผ่านฐาน ๕ – ๖ ที่ไม่ใช้กับอายุจร
การใช้วัยจร ให้ใช้ดวงนอกกับฐาน ๕ – ๖ เท่านั้น ไม่ต้องใช้ดวงใน แต่จะคุมอยู่หลายปี ดังนั้นต้องหาตัวเจาะเข้าไปว่าในหลายปีนั้นจะเป็นแบบนี้ตลอดเลยเหรอ ในความเป็นจริงไม่ใช่ เราเลยต้องหา
คำตอบให้ดวงเจ้าชะตาด้วยการใช้อายุจรเจาะเข้าไป
ขั้นตอนการใช้ทั้งอายุจร(ไม่ใช้ฐาน ๕ – ๖) พื้นดวง กับ พื้นดวง(ใช้ฐาน๕ – ๖ได้)
ขั้นตอนที่ ๑. นับอายุจรที่ดวงนอกว่าไปตกคำนิยามใด อ่านดวงนอกที่ดาววิ่งไปถึงให้กระจ่าง
ขั้นตอนที่ ๒. ใช้คำนิยามที่ได้ในดวงนอกของอายุจร เป็นดาวอะไรก็แล้วแต่ เราต้องการแค่คำนิยามที่ได้
เช่น อายุจรดวงนอกตกคำนิยามพันธุ(๔) เราก็มาที่พันธุ(๓)ในดวงในคำนิยามเดียวกัน แต่ดาว
ที่อยู่ต่างกันการแสดงจริตดาวก็เปลี่ยนทันที อ่านให้กระจ่างอีกที่ที่ดวงใน แล้วเก็บข้อมูลไว้
ขั้นตอนที่ ๓. ใช้ดาวที่อยู่ในคำนิยามพันธุในดวงใน(๓) ฐานเดือน ไปอ่านต่อที่ดวงนอก ดาว ๓ ดวงนอกอยู่
ที่สหัชชะ(๓) อ่านประธานที่สหัชชะในดวงนอกให้กระจ่างอีก
ขั้นตอนที่ ๔. ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย ย้อนที่พันธุที่ดวงนอกดาวอะไร(๔) นำดาวจากดวงนอกมาหาในฐานเดือนที่ดวงใน ตรงกับคำนิยามสหัชชะ(๔)ที่ดวงใน อ่านให้ละเอียดอีก แล้วสรุปทุกตัวที่ได้มา
ออกคำทำนายอายุจรได้เลย
สรุปว่า ๑. พื้นดวงชะตาใช้กับฐาน ๕ – ๖ และดวงในได้
๒. วัยจรใช้กับดวงนอกและฐาน ๕ – ๖ เท่านั้น(ไม่เกี่ยวกับดวงใน)
๓. อายุจรใช้กับดวงนอกก่อน แล้วค่อยโยกมาหาดวงใน(ไม่เกี่ยวกับฐาน ๕ – ๖เลย)
แล้วดวงในก็โยกไปดวงนอก และก็โยกมาดวงในอีกชั้น เป็นอันว่าสลับซับซ้อนมากพอ
สมควร แต่ใจความประทับใจมาก เช่นดวงนอกบอกในปีนี้เจ้าชะตาได้เงินแน่ เราต้องรู้ซิ ได้มาวิธีไหน ได้แล้วจะไปทำไรต่อ จะเก็บได้ไหม ได้จากใคร นั่นแหละครับ ปัญหามัน
สมมติชะตาเกิด วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๐๔ เวลาเกิด ๐๙.๒๘ น. ๓ ฯ ๘-๘ ค่ำ ปีฉลู เวลา ๐๙.๒๘น.
๕
|
๓
|
๔
|
๕
|
๖
|
๗
|
๑
|
๒
|
|
๑
|
๒
|
๓
|
๔
|
๕
|
๖
|
๗
|
|
๒
|
๓
|
๔
|
๕
|
๖
|
๗
|
๑
|
|
๖
|
๙
|
๑๒
|
๑๕
|
๑๘
|
๑๔
|
๑๐
|
|
๓
|
๑
|
๖
|
๔
|
๒
|
๗
|
๕
|
|
๑
|
๔
|
๗
|
๓
|
๖
|
๒
|
๕
|
|
๕
|
๔
|
๓
|
๒
|
๑
|
๗
|
๖
|
|
๖
|
๕
|
๔
|
๓
|
๒
|
๑
|
๗
|
|
๒
|
๑
|
๗
|
๖
|
๕
|
๔
|
๓
|
|
๑๒
|
๑๐
|
๑๔
|
๑๑
|
๘
|
๑๒
|
๑๖
|
วิธีการทายวัยจรกับอายุจร ต้องขอใช้ดวงตัวอย่างดวงเดิม เพราะง่ายต่อการนึกภาพออก มาดูกันต่อที่
วัยจรช่วง ๒๔ – ๒๗ ปีวัยจรอยู่ที่ ๔ ตรงกรรมะบนฐาน ๑๒ เป็นคู่ศัตรูเอกสาร +โภคสมบัติ + นาวัง(การ
เดินทาง)ดังที่เราได้ทายกันตั้งแต่ต้นแล้วว่า เจ้าชะตามีปัญหาเรื่องการทำงานที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง
ที่อยู่อาศัยไปอยู่สถานที่ลำบากกว่าเดิมแถมเอกสารเรื่องงานก็ไม่ถูกต้องอีก แต่ที่เราอยากรู้ว่าเมื่อไรละ
ที่นี้ต้องหาอายุจรเจาะเข้าไปอีกชั้นหนึ่ง วัยจรคุมสี่ปีเต็มเริ่มที่อายุจรที่ ธนัง ๕ มันยังไม่น่าจะเปลี่ยนแปลง
ช่วงนี้ เพราะดูที่ ๕ เจ้าชะตายังอยู่ดีไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องงานหรือเงินเลย พออายุจรขยับมาที่ ๒๕ ปี
เท่านั้นแหละ เลยรู้ว่ามีผู้ใหญ่มาชักชวนให้ไปทำงานต่างประเทศรายได้ดี ปิตา ๖ (ดวงนอก) + อริ + พยายะ
บนฐาน ๑๘ (ความเด็ดขาด) แสดงว่าผู้ใหญ่(๖ เป็นดาวที่เรียบร้อย เจ้าระเบียบ) พูดจาน่าเชื่อถือ แต่อุปสรรค
ตรงที่ไม่บอกความจริงทั้งหมด ต่อดวงในที่คำนิยามปิตา ๒ + ปุตตะ + มรณะ ผู้ใหญ่แนะนำว่าถ้าไป ก็จะเก็บ
เล็กเก็บน้อยเพื่ออนาคตได้ บนฐาน ๑๒ (คู่สมพล) ทำให้เชื่อมั่นไปกันใหญ่ ต่อที่ใช้ดาว ๒ ดวงในไปหาดาว
๒ ที่ดวงนอกในคำนิยามฐานวัน อยู่ที่มัชฌิมา + กฎุมพะ + มรณะบนฐานกำลังดาวอาทิตย์ ๑ ทาสี + ตนุ
โภคา + ไม่จบอีกเพราะ ๑ อยู่บนฐาน ๑๐ ก็ต้องไปอ่านที่ ๗ ทาสา + ปัตนิ + มาตา ยังไม่จบอีก เพราะกำลัง
ดาวจันทร์ไปอยู่ใต้ฐาน ๕ ลาภะ + ปุตตะ + ธนัง รวมความว่า สถานที่ที่จะไปอยู่คือศูนย์รวมของคนที่ต้องการ
หารายได้เพื่อเก็บไว้ใช้ในอนาคต ทั้งในครอบครัวจะต้องภูมิใจจากการกระทำของเจ้าชะตาที่สร้างฐานะได้
มั่นคง ทั้งคนภายนอกก็ต้องยอมรับว่าสร้างตัวเองให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และเพื่อจุดมุ่งหมายในความหวัง
ที่จะเก็บสะสมไปเรื่อยๆจะได้มีการเงินที่ดีขึ้น ต่อไปก็ใช้ดาวที่อยู่ตรงอายุจรปิตา ๖ มาใส่ที่ดวงในคือมัชฌิมา
๖ ในดวงใน + ตนุ + ลาภะ บนฐาน ๑๑ (บารมี) เมื่ออยู่ในสถานที่คนส่วนรวม เจ้าชะตาก็สามารถหา
ประโยชน์ ด้านอื่นได้อีก เป็นอันว่าสมบูรณ์ในการอ่านทุกขั้นตอน คุณต้องพยายามฝึกฝนไปเรื่อยๆ เริ่มจาก
ดวงคุณก่อน เพราะตัวคุณเองเท่านั้นที่รู้ตัวเองดีที่สุด เมื่อชำนาญขึ้นหาดวงพี่ๆน้องๆที่รู้ว่าวิถีชีวิตเขาพอ
สมควร สักระยะหนึ่งก็ชำนาญไปเอง ผมหวังว่าทุกท่านที่ได้ศึกษาสัตตะพิชัยยุทธ (๗ตัว๑๐ฐาน)เล่มนี้ คงมี
ความพยายามที่จะฝึกฝนให้ชำนาญขึ้นเรื่อยๆ เพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง หนังสือเล่มนี้ไม่มีอะไรที่ลึกลับ
สามารถหาเหตุและผลได้ ขึ้นอยู่กับท่านมากกว่าที่จะได้ไปมากหรือน้อย ค่อยๆอ่านและทบทวนให้บ่อยครั้ง
ต้องกล้าออกคำทำนาย ไม่มีสิ่งใดมากั้นคุณได้
ท้ายเล่มนี้ทางผู้เขียนที่มีความตั้งใจไว้กับทุกๆท่าน ที่ได้ฝึกฝนมาเพื่อประโยชน์ในตัวของท่านเอง
อย่าลืมที่ทางผมได้เน้นให้ใช้การสร้างจินตนาการตบแต่งทางความคิด ใส่เครื่องปรุงตามที่ท่านสร้างมาได้
อย่ากำหนดให้ตายตัวมากไป ไม่ใช่บางดวงตัวเลขของดาวอยู่ตำแหน่งเดียวกัน ทุกๆดวงจะทายเหมือนกัน
หมดเลยเหรอ ตั้งคำถามให้ตัวเองบ้าง เพราะคำตอบทั้งหมดก็อยู่ที่ตัวเราเองนั่นแหละครับ และผมก็มี
ความหวังว่าในที่สุดทุกๆท่านต้องทำได้ และได้ดีด้วยเช่นกัน